ก.แรงงาน เร่งออกมาตรการตรวจแรงงานแบบบูรณา บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น เอาจริงลงโทษผู้ทำผิด เน้นสแกนทุกพื้นที่ เพิ่มวิชาให้พนักงานตรวจแรงงาน ตอบโจทย์ชาติ ‘ป้องค้ามนุษย์’ ให้จังหวัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน มีระบบรายงานผล พร้อมเปิด“สถานีแรงงาน” ช่อง 11 NBT ทุกวันอังคาร เวลา 13.05 – 13.55 น.

 

ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวมอบนโยบายป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน แก่หัวหน้าส่วนราชการกระทรวงแรงงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ว่า
พลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีข้อสั่งการให้เร่งรัดการดำเนินงานแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ตามนโยบายรัฐบาลซึ่งได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ อันสืบเนื่องมาจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ จัดลำดับไทยอยู่ในบัญชีประเทศที่มีการค้ามนุษย์ระดับเทียร์ 3 และสหภาพยุโรป (EU) ให้ใบเหลือง กรณีการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) รวมถึงกรณีกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ กล่าวหาว่าสินค้าของไทย 5 รายการ คือ ปลา-ผลิตจากแรงงานภาคบังคับ กุ้ง, เครื่องนุ่งห่ม-ผลิตจากแรงงานเด็กและแรงงานบังคับ อ้อย, สื่อลามก-ผลิตจากแรงงานเด็ก เหล่านี้ส่งผลกระทบด้านจิตวิทยาผู้บริโภคสินค้าประเทศไทย ก่อให้เกิดความเสียหายด้านชื่อเสียงของภาคธุรกิจส่งออกโดยเฉพาะสินค้าอาหารทะเลและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง และหากไม่เร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าว อาจถูกนานาประเทศลงโทษด้วยมาตรการสั่งห้ามนำเข้าสินค้าไทย เพราะมาจากแรงงานบังคับและเหยื่อจากการค้ามนุษย์ ประเทศจะได้รับความเสียหายมาก เนื่องจากมูลค่าการส่งออกสินค้ามีจำนวนสูงมาก
ที่ผ่านประเทศไทยได้มีการดำเนินการไปแล้วหลายมาตรการ แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะแก้ข้อกล่าวหาดังกล่าวซึ่งเป็นปัญหาสะสมมายาวนานได้ อาทิ การผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายขึ้นทะเบียนกว่า 1.6 ล้านคน เพื่อเป็นจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวให้ได้รับความคุ้มครองอย่างถูกกฎหมาย การนำเข้าแรงงานระหว่างรัฐต่อรัฐ การจัดการสายนายหน้าเถื่อน การปรับแก้กฎหมายโดยการออกกฎกระทรวงแรงงานขยายอายุการใช้แรงงานในกิจการประมง จาก 16 ปี ปรับเป็น 18 ปีขึ้นไป และในภาคการเกษตรจากอายุ 13 ปี ปรับเป็น 15 ปีขึ้นไป ตรวจการใช้แรงงานและดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนกฎหมายแรงงาน  จัดทำบันทึกข้อตกลงร่วม (MOU) กับสมาคมชาวไร่อ้อย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อต่อต้านการใช้แรงงานเด็กและแรงงานบังคับในโรงงานและในไร่อ้อย เป็นต้น
มาตรการเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการคือ กำหนดให้ทุกหน่วยในสังกัดกระทรวงแรงงานต้อง ตรวจแรงงานแบบบูรณาการ ทำงานร่วมกันเพื่อขยายผลได้ครอบคลุมทั่วทุกพื้น กวดขันการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ให้สแกนทุกพื้นที่หากเกิดปัญหาพื้นที่ต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะการตรวจการใช้แรงงานในภาคการประมงทะเล จะต้องร่วมกันทำงานแบบบูรณากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากกรมเจ้าท่า กรมประมง ทหารเรือ ตำรวจ ซึ่งจะได้มีการอบรมให้ความรู้เพิ่มเติมเรื่อง นิยามแรงงานขัดหนี้ แก่พนักงานตรวจแรงงานภายในเดือนพฤศจิกายนนี้
ทั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการจึงได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน กระทรวงแรงงาน เมื่อปลายเดือนที่แล้ว เพื่อติดตามผลและมีระบบการรายงานการดำเนินอย่างเป็นเอกภาพ พร้อมจัดทำแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ และวางแผนแก้ไขปัญหาระดับจังหวัด (ยุทธศาสตร์จังหวัด) ดังนั้นในระดับจังหวัดจะต้องมีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน โดยมีแรงงานจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบการบรูณาการ ภายใต้แผนปฏิบัติการที่กระทรวงได้กำหนด และให้ถือเป็นวาระเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ
พร้อมนี้ กระทรวงแรงงานกำหนดเปิด “สถานีแรงงาน” เพื่อเป็นช่องทางในการสื่อสารด้านแรงงาน เป็นรายการสดออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ช่อง 11 NBT) ทุกวันอังคาร เวลา 13.05 – 13.55 น. ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 เป็นต้นไป
“สถานีแรงงาน” จะช่วยให้ประชาชนทุกคน มีความเท่าเทียมกันทางโอกาสในการเข้าถึงบริการของกระทรวงแรงงานได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว และประหยัด เนื่องจากไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง นอกจากนี้ยังจะช่วยให้ผู้บริหารของกระทรวงได้เข้าถึงประชาชนได้มากขึ้น ได้รับรู้และเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของประชาชน อันจะนำไปสู่การพัฒนางานการช่วยเหลือและบริการของกระทรวงให้มีความก้าวหน้าทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวทิ้งท้าย
http://www.mol.go.th/content/humantrafficking_measure_11_2015

วันจันทร์ที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ เวลา ๑๑.๓๐ น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีปล่อยแถวชุดปฏิบัติการ ๓๔๓ ป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน จำนวน ๒๐๐ คน ณ บริเวณลานน้ำพุ หน้าอาคารกระทรวงแรงงาน

พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เนื่องจากในปี ๒๕๕๘ ประเทศไทยถูกจัดลำดับให้อยู่ในระดับ Tier ๓ ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีสถานการณ์การค้ามนุษย์ในระดับที่เลวร้ายที่สุดซึ่งกล่าวหาว่าประเทศไทยไม่มีการดำเนินการที่จำเป็นอย่างเพียงพอที่จะบรรลุผลในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย การใช้มาตรการอย่างเข้มข้นในการปราบปรามการค้ามนุษย์ การดำเนินการสืบสวน สอบสวน และดำเนินคดีผู้กระทำผิด รวมถึงปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม(IUU) ซึ่งปัญหาดังกล่าวมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศไทยทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม รัฐบาลจึงมีนโยบายเร่งด่วนในการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานโดยได้กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติและกระทรวงแรงงานได้มีคำสั่งจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงานและแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการภายใต้ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ดังนั้น เพื่อให้การขับเคลื่อนการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล กระทรวงแรงงงาน โดยกรมการจัดหางานซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีภารกิจในการป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการใช้แรงงานต่างด้าวและการไปทำงานต่างประเทศของคนหางานไทยซึ่งอาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน จึงได้จัดชุดปฏิบัติการ ๓๔๓ ป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ด้านแรงงานขึ้น โดยทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ปราบปราม จับกุม และดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบทำงานและกระบวนการค้ามนุษย์ด้านแรงงานโดยได้กำหนดแผนฯ เป็น ๓ ช่วงระยะเวลา ดังนี้

ช่วงที่๑. ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๘ – มกราคม ๒๕๕๙ จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน จัดทำแผนการตรวจสอบแรงงานต่างด้าว/สถานประกอบการเพื่อเน้นการตรวจสอบและป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน การปรับสถานะแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่ทำงานในภาคประมงให้เป็นแรงงานต่างด้าวถูกกฎหมาย การตรวจติดตามและให้คำแนะนำในสถานประกอบการและแรงงานต่างด้าวเพื่อให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ช่วงที่๒. ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ – พฤษภาคม ๒๕๕๙ เป็นช่วงดำเนินการตรวจสอบ ปราบปรามและจับกุมอย่างเข้มข้นในสถานประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และดำเนินคดีผู้ฝ่าฝืนกฎหมายในอัตราโทษสูงสุด และช่วงที่๓. ระหว่างเดือนมิถุนายน – สิงหาคม ๒๕๕๙ เป็นการตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินงานเพื่อวางแผนดำเนินการต่อไป

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวต่อว่า คนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่ได้รับใบอนุญาตทำงานหากถูกจับได้จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับตั้งแต่ ๒,๐๐๐ จนถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่คนต่างด้าวได้รับใบอนุญาตทำงาน แต่ไม่ทำงานตามเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ในใบอนุญาตจะมีโทษปรับไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท ส่วนนายจ้างที่รับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานจะต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ ๑๐,๐๐๐ จนถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน

http://www.doe.go.th/…/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1…

ด่วนสำหรับแรงงานพม่าอยู่ครบ4 ปี แล้วได้ต่ออายุเพิ่ม 2 ปี แล้ว(อยู่ครบ6ปี)

“ต้องกลับไปทำพาสปอร์ตใหม่ที่พม่า และดำเนินการโดยวิธีการนำเข้าแรงงานตามข้อตกลง MOU”

พม่าครบ 6 ปี

 

ตามที่มีความเห็นชอบให้นายจ้างยื่นเอกสารขอจ้างแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่าที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติ

ซึ่งครบกำหนดวาระการจ้างงาน 4 ปี โดยใช้พาสปอร์ตเล่มเดิมต่ออายุเพิ่มอีก 2 ปี นั้นเมื่อครบกำหนด 6 ปี

ทางกระทรวงแรงงานยังไม่มีการประกาศให้ต่ออายุการทำงานของแรงงานกลุ่มนี้

 

โดยขณะนี้แรงงานที่ต้องการอยู่ทำงานต่อ ต้องดำเนินการทำเอกสารเป็นแรงงานนำเข้าสัญชาติพม่าตามข้อตกลง MOU

 

ขั้นตอนการดำเนินการ

1.ยื่นเรื่องขอนำเข้าแรงงานกับ  จัดหางานจังหวัด กรมการจัดหางาน และสถานทูตพม่า

2.ลูกจ้างกลับพม่าเพื่อนำบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านติดต่อทำหนังสือเดินทางเล่มสากลอายุ 5 ปี (Passport Inter)

3.ไปเซ็นสัญญาตกลงจ้างงาน ณ ประเทศพม่า

4.นำบัญชีรายชื่อกลับมาเพื่อยื่นกรมการจัดหางาน

5.เมื่อกรมการจัดหางานและ ตรวจคนเข้าเมือง อนุมัติ เดินทางไปรับคนงาน และทำ วีซ่า (VISA) อายุ 2 ปี

6.ลูกจ้างเข้ามาแล้วทำการตรวจสุขภาพ

7.นำผลการตรวจพร้อม หนังสือเดินทาง วีซ่า และใบรับรองแพทย์ ยื่น ขอใบอนุญาตทำงาน 1 หรือ 2 ปี

โดยแรงงานจะสามารถอยู่ทำงานได้อีก 4 ปี

ระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด45-60วัน

 

ควรติดต่อทำก่อนวีซ่าหมดอย่างน้อย 90 วัน

ขั้นตอนการนำเข้าแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า

เอกสารที่ต้องใช้ของนายจ้าง

1.หนังสือรับรองบริษัทอายุไม่เกิน 3 เดือน 3 ชุด

2.สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน กรรมการ 3 ชุด

3.ใบโควตา 3 ชุด

4.รูปถ่าย 1. ป้ายบริษัท ลักษณะการทำงาน 3. ที่พักคนงาน

5.แผนที่บริษัท และสถานที่ทำงาน

 

เอกสารที่ต้องใช้ของแรงงาน

1.บัตรประชาชน

2.ทะเบียนบ้าน

3.หนังสือรับรองจากผู้ใหญ่บ้าน

4.พาสปอร์ตเล่มเดิม

สำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 1 – 10

สำนัก
จัดหางานกรุงเทพ
พื้นที่รับผิดชอบ ที่ตั้ง
เขตพื้นที่ 1 ดุสิต ป้อมปราบศัตรูพ่าย
พระนคร สัมพันธวงศ์
อาคารกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน(เดิม) ชั้น 1-2
ภายในบริเวณกระทรวงมหาดไทย
ถ.เฟื่องนคร เขตพระนคร กทม.10200
โทร.0-2223-2684-5,0-2223-6215-7
โทรสาร. 0-2223-2685
เขตพื้นที่ 2 จตุจักร ดอนเมือง
บางซื่อ บางเขน หลักสี่
6 ซ.รัชดาภิเษก70 ถ.รัชดาภิเษก แขวงบางซื่อ
เขตบางซื่อ กทม.10800
โทร.0-2910-1183-4 โทรสาร.0-2910-1180
เขตพื้นที่ 3 ดินแดง พญาไท
ราชเทวี ห้วยขวาง
19 อาคารพงษ์สุภี ชั้น 2 ถ.วิภาวดีรังสิต แขวงลาดยาว
เขตจตุจักร กทม.10900
โทร. 0-2617-6566-70 โทรสาร. 0-2617-6567
เขตพื้นที่ 4 บางรัก ปทุมวัน ยานนาวา
สาทร บางคอแหลม
438/115 ซ.จันทน์47 ถ.จันทน์
แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กทม. 10120
โทร.0-2211-7558,0-2211-7607 โทรสาร.0-2211-7870
เขตพื้นที่ 5 คลองสาน ธนบุรี บางกอกน้อย
บางกอกใหญ่ บางพลัด
328/4 ถ.ลาดหญ้า คลองสาน กทม.10200
โทร.0-2437-5147,0-2437-5855 โทรสาร. 0-2437-3453
เขตพื้นที่ 6 ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา บางแค
ภาษีเจริญ หนองแขม
ชั้น 2 อาคารเอสซี พลาซ่า
สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้)
ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กทม. 10170
โทร.02-422-3915-17 โทรสาร.02-422-3913-14
เขตพื้นที่ 7 จอมทอง ทุ่งครุ บางขุนเทียน
บางบอน ราษฎร์บูรณะ
4848/1 ถ.สุขสวัสดิ์ ราษฎร์บูรณะ กทม.10150
โทร. 0-2427-4512, 0-2427-4327, 0-2427-6109
โทรสาร. 0-2427-4113, 0-2427-5432
เขตพื้นที่ 8 คลองเตย บางนา ประเวศ
พระโขนง วัฒนา สวนหลวง
ตรงข้ามเซ็นทรัลซิตี้ – บางนา อาคารบางนาธานี 119
ถ.บางนา-ตราด แขวงบางนา เขตบางนา กทม. 10260
โทร.0-2398-7019,0-2398-7477,0-2398-6740,
0-2398-6612, 0-2398-6630
โทรสาร. 0-2398-7019
เขตพื้นที่9 คันนายาว บางกะปิ ลาดพร้าว
วังทองหลาง บึงกุ่ม
4/1390-91 ถ.สุขาภิบาล 1 บึงกุ่ม กทม. 10230
โทร. 0-2510-3602, 0-2509-7945,
0-2510-7876, 0-2948-6007-8
โทรสาร. 0-2510-3602,0-2510-7876
เขตพื้นที่ 10 คลองสามวา มีนบุรี ลาดกระบัง
สะพานสูง หนองจอก สายไหม
559/29-33 ม.13 ถ.สีหบุรานุกิจ มีนบุรี กทม.10501
โทร. 0-2540-7003-8
โทรสาร. 0-2540-7005, 0-2540-7008

แรงงานสัญชาติลาว และ กัมพูชา ที่ทำวีซ่าท่องเที่ยว

มีความต้องการเปลี่ยนเป็น
วีซ่าทำงาน 2 ปี และ ใบอนุญาตทำงาน 2 ปี
สามารถอยู่ทำงานได้ 4 ปี

ติดต่อ 02-950-2128, 02-950-2129,
080-168-3555, 080-168-3666, 089-114-8888
LINE ID: @treasurygroup

ปรับสถานะแรงงานวีซ่าท่องเที่ยวเป็นแรงงานนำเข้าสัญชาติกัมพูชา ลาว ตามข้อตกลงMOUปรับสถานะแรงงานวีซ่าท่องเที่ยวเป็นแรงงานนำเข้าสัญชาติกัมพูชา ลาว ตามข้อตกลงMOU

ปรับสถานะแรงงานวีซ่าท่องเที่ยวเป็นแรงงานนำเข้าสัญชาติกัมพูชา ลาว ตามข้อตกลงMOUปรับสถานะแรงงานวีซ่าท่องเที่ยวเป็นแรงงานนำเข้าสัญชาติกัมพูชา ลาว ตามข้อตกลงMOU
ปรับสถานะแรงงานวีซ่าท่องเที่ยวเป็นแรงงานนำเข้าสัญชาติกัมพูชา ลาว ตามข้อตกลง MOU

ขั้นตอนการ MOU นำเข้าแรงงาน กัมพูชา ลาว ที่มีพาสปอร์ตเข้ามาแต่ยังไม่มีวีซ่าทำงาน และใบอนุญาตทำงาน

ขั้นตอนการ MOU นำเข้าแรงงาน กัมพูชา ลาว ที่มีพาสปอร์ตเข้ามาแต่ยังไม่มีวีซ่าทำงาน และใบอนุญาตทำงาน

เอกสารที่ต้องใช้

  1. หนังสือรับรองบริษัท 3 ชุด
  2. สำเนาบัตรประชาชน/ทะเบียนบ้าน นายจ้าง 3 ชุด
  3. ใบโควตา
  4. แผนที่ทำงาน
  5. สำเนาพาสปอร์ต ทะเบียนบ้าน คนงาน
  6. รูปถ่าย 2นิ้ว 6 รูป


ประกาศไม่มีขึ้นทะเบียนแล้ว2 ประกาศไม่มีขึ้นทะเบียนแล้ว

ตามสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว ประกาศไม่มีการขึ้นทะเบียนรอบใหม่แล้วนั้น ให้นายจ้างดำเนินการโดยวิธีการนำเข้าแรงงานนั้น สามารถดำเนินการได้สำหรับประเทศกัมพูชา ลาว และพม่า(ต้องมีจำนวน5คนขึ้นไปและเป็นรูปแบบบริษัท)

สำหรับนายจ้างที่มีแรงงานพม่าไม่ถูกกฎหมาย จำนวนไม่ถึง 5 คน และไม่ใช่รูปแบบบริษัท

ยังไม่มีวิธีการแก้ไขให้ถูกต้องโดยวิธีการนำเข้าแรงงานได้ เนื่องการไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามที่ประเทศพม่ากำหนด

ทำให้เป็นปัญหากับนายจ้างที่มีลูกจ้างจำนวนน้อยไม่สามารถดำเนินการให้ถูกกฎหมายได้

ยังไงลูกค้าสามารถเพิ่มเราเป็นเพื่อนได้ทางช่องทาง Line โดยการกดลิงก์ด้านล่าง
http://line.me/ti/p/%40treasurygroup

หรือค้นหา ID “@treasurygroup” ที่ LINE หรือ LINE@ (กรุณาใส่ “@” ด้วย) แล้วเพิ่มเป็นเพื่อนของคุณ

ถ้ามีความคืบหน้าในการทำเอกสารทางจ้างเราจะรีบแจ้งให้นายจ้างทุกท่านทราบถึงขั้นตอนดำเนินการโดยด่วน

รับบริการต่อบัตรสีชมพู แรงงานต่างด้าว

สัญชาติเมียนมา ลาว และกัมพูชา หลังวันที่ 31 มีนาคม 2558

แรงงานที่บัตรสีชมพูหาย หรือ นายจ้างไม่ตรงกับที่ทำงานจริง ก็สามารถทำได้

ต่อบัตรสีชมพู แรงงานต่างด้าว

ต่อบัตรสีชมพู แรงงานต่างด้าว

ต่อบัตรสีชมพู แรงงานต่างด้าว

ต่อบัตรสีชมพู แรงงานต่างด้าว

โดยกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่ถือใบอนุญาตทำงานที่ออกให้ ณ ศูนย์บริการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)

ที่ยังไม่ได้เข้ารับการตรวจสัญชาติภายในวันที่ 31 มีนาคม 2558

ให้มารายงานตัวเพื่อขอรับบัตรใหม่ ภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2558 และขอรับใบอนุญาตทำงาน

ซึ่งแรงงานต่างด้าวดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว

เป็นเวลา 1 ปี และได้รับอนุญาตให้ทำงานได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2558 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2559

เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสัญชาติให้แล้วเสร็จ

 

เอกสารที่ต้องใช้

  1. หนังสือรับรองบริษัท 2 ชุด
  2. สำเนาบัตรประชาชน/ทะเบียนบ้าน นายจ้าง 2 ชุด
  3. บัตรสีชมพูใบเก่า พร้อมสำเนา
  4. รูปถ่าย 1นิ้วครึ่ง 2 รูป
  5. สำเนาแบบบัญชีรายชื่อที่ยื่นพิสูจน์สัญชาติ

เริ่มแล้ว! เปิดรับรายงานตัวแรงงานต่างด้าวเมียนมา ลาว และกัมพูชา เพื่อขอบัตรใหม่และขออนุญาตทำงาน

ติดต่อเรา
โทรศัพท์:
02 950 2128
02 950 2129
0942394919
080 168 3555 (Thai)
080 168 3666 (Thai)
089 114 8888 (Thai)
086 346 3733 (Cambodia)
097 160 0397 (Myanmar)
094 401 5031 (Myanmar)
โทรสาร:
02 950 2127
E-mail:
treasury_group@live.com
เปิดบริการ
จันทร์-เสาร์
08.00 - 18.00

ติดต่อรับข่าวสาร


เพิ่มเพื่อน
ID : @treasurygroup
(อย่าลืมใส่ @ ข้างหน้าด้วย)
Slideshow
Gallery
015 006 พิสูจน์สัญชาติ พิสูจน์สัญชาติ ระนอง